Showing posts with label Digital Forensics Thailand. Show all posts
Showing posts with label Digital Forensics Thailand. Show all posts

Monday, 6 February 2012

ทำไมการทำ Computer Forensics จึงมีความสำคัญต่อองค์กรของคุณ


แอนดรูว์รับผิดชอบในส่วนของผู้จัดการด้านพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงพัฒนาการทำ Computer Forensics ในประเทศไทยเพื่อให้แน่ใจว่าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แอนดรูว์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่มีประสบการณ์มากมายซึ่งครอบคลุมการพิสูจน์หลักฐานทางคดีอาญา ตรวจสอบมัลแวร์ในองค์กร   และการสืบสวนทางคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับคดีก่อการร้ายในประเทศอังกฤษ และในโซนยุโรป   แอนดรูว์เคยร่วมงานกับตำรวจที่ South Yorkshire ซึ่งแห่งนี้นี่เองที่เขาได้รับการอบรมการทำ Computer Forensics  ในขณะเดียวกัน แอนดรูว์ยังทำงานกับภาคเอกชนซึ่งเป็นบรัษัทชั้นนำด้าน computer Forensics ในประเทศอังกฤษอีกด้วย  แอนดรูว์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฝึกอบรม  Computer Forensics ที่มีประสบการณ์มากมายและยังใด้เข้าร่วมพัฒนากฎหมายทางด้าน Computer Forensics  ในประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการยอมรับ และยังพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท  เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่แอนดรูว์สะสมประสบณ์การการทำ Computer Forensics ทำให้เขามีประสบณ์การมากมายในการเป็นผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้  แอนดรูยังสามารถขึ้นศาลเพื่อเป็นพยานทางด้าน Computer Forensics   ในกรณีถูกร้องขอหรือเพื่ออธิบายให้ศาลเข้าใจในขั้นตอนการทำและหลักฐานทที่ค้นพบในคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

คำแนะนำ


ในโลกที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วปัจจุบันองค์กรต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อให้ทันต่อการแข่งขัน  ปัจจุบันลูกค้าทั่วไปต่างคาดหวังว่า สินค้าหรือองค์กรต่างๆที่เค้าต้องการหาสินค้าจะต้องมีเวบไซท์ที่น่าสนใจและข้อมูลครบตามความต้องการ        ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งแน่อนว่าก่อนสั่งสินค้า ลูกค้าต้องมีสิทธ์ในการสอบถามข้อมูลของสินค้า โดยผ่านโปรแกรมแชทที่เจ้าของเวปไซต์เตรียมไว้ให้ และฟังก์ชั่นการทำงานของเวปไซต์อื่นที่น่าสนใจเช่น ดูตัวอย่างสินค้า

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้คน  โดยส่วนใหญ่เน้นเชื่อมต่อระหว่างอีเมลย์ของตัวเองและสามารถติดต่อกับเพื่อนๆใด้ในช่วงเวลาทำงาน
Computer Forensics สำคัญต่องค์กรของคุณอย่างไร? การทำ Computer Forensics คือขั้นตอนการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่จะต้องเผชิญกับเหตุการการตรวจสอบข้อมูลต่างๆทางคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ใบนี้ และเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน ที่จะจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
โดยทั่วไปในองค์กรจะมีการรักษาความปลอดภัยด้วยการใช้ไฟร์วอล และอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัส อย่างไรก็ตามองค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้มีนโยบายควบคุมการใช้อุปกรณ์ USB ซึ่งทำให้สามารถใช้อุปกรณ์นี้เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายและระบบโทรศัพท์ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลขององค์กร และเมื่อมีการยกเลิกสัญญาพนักงาน จึงต้องมีการปิดบัญชีผู้ใช้ให้ทันท่วงที
องค์กรทั่วไปจะมีกฎและข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลลูกค้า อย่างไรก็ตามการรั่วไหลของข้อมูลยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่องค์กรเหล่านี้ต้องเผชิญอยู่ในโลกของเทคโนโลยีทุกวันนี้

เมื่อมีเหตุการเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์แน่นอนว่าในที่สุด ทุกองค์กรจะต้องมีการจัดการกับเหตุการที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ ตัวอย่างของเหตุการในโลกไซเบอร์ที่พบกันบ่อย ๆซึ่งอาชญกรรมที่พบบ่อยได้แก่ 
การทุจริตทางคอมพิวเตอร์
อาชญกรรม
การจารกรรมข้อมูลในภาคอุตสหกรรม
การโจรกรรมข้อมูลลับขององค์กร
การละเมิดลิขสิทธ์ส่วนบุคคล / การสูญเสียข้อมูลของลูกค้า
สือลามกอนาจารสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
การกระทำต่างๆที่เป็นการละเมิดนโยบายการรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ขององค์กร และอื่น ๆ

เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผู้กระทำผิดจะทิ้งช่องโหว่ เช่น ทางจริยธรรม ทางการเงิน และถูกทางกฎหมาย  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเริ่มจาก การตรวจสอบหลักฐานจากภายใน อย่างรวดเร็วเพื่อขยายผลไปสูการตรวจสอบคดีทางอาญาซึ่งจะเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภายนอกโดยข้อมูลการสอบสวนอาจรั่วใหลสู่ภายนอกโดยไม่รู้ตัว

จากการสำรวจคดีสำคัญทางอาชญกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก ในปี 2011

·       ในขณะนี้อาชญกรรมทางคอมพิวเตอร์จัดเป็นหนึ่งในสี่ของอาชญกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
·       40 % ของผู้ตอบแบบสอบถามหวาดกลัวในเรื่องของภาพลักษ์ชื่อเสียงขององค์กรมากที่สุด 
·       60% กล่าวว่า องค์กรไม่มีนโยบายติดตามความเคลื่อนใหวในสื่อสังคมออนไลน์
·       34% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญกรรมทางเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (เพิ่มขึน 30 % จากปี 2009 )
·       เกือบ 1 ใน 10 ที่เปิดเผยถึงความเสียหายจากอาชญกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
·       56 % ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าการทุจริตที่ร้ายแรงที่สุดคือ  “ภายในองค์กรนั่นเอง”
·       2 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่ได้รับการฝึกอบรมใดๆเลยเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
·       ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงการมีแผนรองรับหรือรับมือในกรณีถ้ามีอาชญกรรมทางคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นภายในองค์กร
ทำไม การทำ Computer Forensics จึงมีความสำคัญต่อองค์กรคุณ 
เมื่อองค์กรต้องเผชิญกับเหตุการณ์ในระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ทางไอทีจะถูกคาดหวังในประเมินปัญหาที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นและพยายามหาข้อเท็จจริงของเหตุการที่เกิดขึ้นและประเมินระดับของความรุนแรง  ส่วนใหญ่พนักงานไอทีในบรัษัททั่วไปไม่ได้รับการฝึกอบรมในด้านการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์(Computer Forensic  )  ส่งผลให้พวกเขาไม่ตระหนักถึงวิธีการเก็บข้อมูลหลักฐานทางดิจิตอลหรือคอมพิวเตอร์ที่อาจจะต้องนำไปเป็นหลักฐานแสดงต่อศาลในกรณีที่มีการร้องขอ ข้อมูลที่สำคัญอย่างเช่น วันและเวลาที่ปรากฎอาจสูญหายหรือเปลี่ยนแปลง  ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบยากมากขึ้น ในสถานการณ์ที่เลยร้ายที่สุดข้อมูลที่ตรวจพบอาจไม่เป็นที่ยอมรับเมื่อนำไปเสนอในชั้นศาล

การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีทักษะเฉพาะซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาข้อมูลและตรวจสอบ แยกแยะหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่พบ แต่การเผยแพร่หลักฐานที่ถูกต้อง เมื่อต้องเผชิญหลักฐานทางคอมพิวเตอร์องค์กรมีแนวโน้มที่จะเน้นไปที่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานและจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้
·       หลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบหลักฐานทางคอมพิวเตอร์ จะเป็นผลลัพธ์ของการสืบสวน
·       การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์สามารถลดขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายให้รวด เร็วกระชับขึ้น
·       การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ สามารถประหยัดเวลาในการตรวจสอบซึ่งยังสามารถช่วยองค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย


เมื่อองค์กรกำหนดแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น องค์กรควรจะสร้างแผนการซึ่งตอบสนองงานด้านพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensics) ซึ่งอาจหมายถึง การให้พนักงานได้รับการอบรมการเก็บ ตรวจสอบ พิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องตามหลักสากลในองค์กร   ซึ่งพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถช่วยเหลือองค์กรเบื้องต้นในกรณีเกิดอาชญกรรมทางคอมพิวเตอร์

การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่สนใจในหลายๆประเทศทั่วโลก ปัจจุบันนี้ในประเทศอังกฤษได้ก่อตั้งโครงการ Insurance Scheme ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือลูกค้าถ้ามีการเรียกร้องการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ โดยองค์กรต้องยอมรับการพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์และเป็นเครื่องมือในการควบคุมผู้ที่กำลังคิดที่จะก่ออาชญกรรมทางคอมพิวเตอร์


http://www.orionforensics.com/

Friday, 3 February 2012

What is Computer Forensics?

Computer forensics is the examination of electronic data stored on computers and other digital storage devices for evidence using a forensically sound method.
It is important at this stage to be clear on what we mean by the terms evidence and forensically sound method.
Evidence – is information that supports a conclusion.
Forensically sound method – is a method that does not alter the source evidence, except to the minimum extent necessary to obtain the evidence. The manner used to obtain the evidence must be documented and justified.
Computer forensics can be broken down into five stages.
Preservation – When dealing with digital data the investigator must do everything possible to preserve the data. This must be done in such a way that the actions of the investigator do not cause changes to the data. This typically involves creating a forensic image or a forensic clone of the original media.  Digital data may be stored on hard drives, CD/DVD, floppy disks, pen drives, mobile phones, music players and assorted backup tapes.
Identification – Year on year the storage capacity of hard drives is growing. As a result the investigation may consist of hundreds of Gigabytes of digital data. In order to identify potential evidence the investigator will employ techniques such as keyword searches or the filtering of specific files such as documents, images or Internet history files.
Extraction – Once potential evidence has been identified it will need to be extracted from the forensic image. Depending on the size of the data it may be possible to print out hard copies such as documents. However data such as Internet history can amount to hundreds of pages and will need to be produced in an electronic format.
Interpretation – Identifying and extracting potential evidence is only part of the role for a forensic investigator. It is vital that correct interpretation of the evidence takes place. The investigator should never rely on a single automated tool. The investigator needs to have the skills to manually verify and understand the results produced by the forensic software.
Documentation of computer evidence - Once an investigation begins the investigator needs to maintain contemporaneous notes in relation to the handling of the digital media through to the steps undertaken throughout the investigation. The notes should contain sufficient details so a third party can reproduce the results. Producing key evidence will amount to nothing if the investigator cannot produce a clear well written report. It is important to avoid using technical jargon whenever possible and where technical terms need to be used, they should be clearly explained. The investigator may be required to present their evidence in court as an expert witness.
The UK Association of Chief Police Officers (ACPO) has produced a guide called Good Practice Guide for Computer-Based Electronic Evidence. The guide lays down four key principles.
Principle 1:
No action taken by law enforcement agencies or their agents should change data held on a computer or storage media which may subsequently be relied upon in court.
Principle 2:
In circumstances where a person finds it necessary to access original data held on a computer or on storage media, that person must be competent to do so and be able to give evidence explaining the relevance and the implications of their actions.
Principle 3:
An audit trail or other record of all processes applied to computer-based electronic evidence should be created and preserved. An independent third party should be able to examine those processes and achieve the same result.
Principle 4:
The person in charge of the investigation (the case officer) has overall responsibility for ensuring that the law and these principles are adhered to.

The four principles represent best practice in relation to computer forensic investigations, whether it is a criminal, civil or corporate investigation. By adhering to the principles it will help ensure that no questions are raised in relation to the integrity of the evidence produced from digital data.